การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล
ทรัพยากรบุคคลถือเป็นจุดเริ่มต้น และเป้าหมายในการพัฒนาองค์กรของบริษัท บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงาน
และการพัฒนาทักษะในการทำงานทั้งในแนวกว้างและลึก ขยายขีดความสามารถ ศักยภาพของพนักงาน และสร้างผู้นำที่ดีที่นอกจากจะมีความสามารถทางด้านธุรกิจแล้วยังมีจิตสำนึกที่ดี มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อองค์กรและสังคม ซึ่งบริษัทได้พัฒนาบุคคลากรผ่านทางการอบรมทั้งภายในและภายนอกบริษัท มีการสร้างบรรยากาศในการทำงาน สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็น และการทำโครงงานร่วมกันระหว่างฝ่ายเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันเป็นทีม พนักงานในแต่ละฝ่ายมีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ทำให้นอกจากจะเกิดการพัฒนากระบวนการทำงาน พัฒนากระบวนการผลิต และการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ แล้วยังทำให้พนักงานมีความรู้สึกผูกพันและร่วมเติบโตไปพร้อมกับบริษัท บริษัทได้ปลูกฝังเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมให้กับพนักงานในองค์กรผ่านกิจกรรมต่างๆ ทำให้พนักงานตระหนักถีงความสำคัญต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ในการบริหารทรัพยากรบุคคลของบริษัทยังให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี ให้ผลตอบแทนและสวัสดิการที่เป็นธรรม พนักงานมีอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน โดยบริษัทคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนเป็นหลักการสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิ เสรีภาพ หรือความเสมอภาค รวมถึงการได้รับการปกป้อง คุ้มครองที่เป็นธรรม
แนวทางการบริหารจัดการ
การจ้างงาน/การเลิกจ้าง
บริษัทจะจ้างงานผู้ที่บรรลุนิติภาวะ และมีคุณสมบัติเหมาะสมตามเกณฑ์ ให้โอกาสอย่างเท่าเทียมกับคนทุกเพศ อายุ เชื้อชาติ
ศาสนา การศึกษา รวมถึงผู้พิการและกลุ่มคนผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ โดยหมั่นตรวจตราไม่ให้บริษัทเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน ได้แก่ ไม่มีการบังคับใช้แรงงาน (forced labour) และ ต่อต้านการใช้แรงงานเด็ก (child labour) ตลอดจนการปฏิบัติต่อ พนักงานและผู้สมัครงาน อย่างโปร่งใสและเป็นธรรมในทุกกระบวนการสรรหา
การจ้างงานพนักงาน
| 2566 | 2567 | 2568 | |
| พนักงานรวม (คน) | 481 | 513 | 514 |
| พนักงานชาย (คน) | 386 | 415 | 406 |
| พนักงานหญิง (คน) | 95 | 98 | 108 |
บริษัทมีการจ้างงานผู้พิการโดยเป็นไปตามพรบ.แห่งกฎหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยการกำหนดว่าจ้างงาน
ผู้พิการในอัตรา 1 ต่อ 100 คน จากพนักงานประจำทั้งหมดของบริษัท และหากเศษของ 100 เกิน 50 คน ต้องว่าจ้างผู้พิการเพิ่มอีกหนึ่งคน ซึ่งการว่าจ้างผู้พิการของบริษัทในปี 2568 เป็นไปตามที่กำหนดใน พรบ. ดังกล่าว ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568
การจ้างผู้พิการ
| 2566 | 2567 | 2568 | |
| การจ้างงานผู้พิการรวม (คน) | 5 | 5 | 5 |
| พนักงานผู้พิการ (คน) | 5 | 5 | 5 |
| พนักงานผู้พิการชาย (คน) | 4 | 4 | 4 |
| พนักงานผู้พิการหญิง (คน) | 1 | 1 | 1 |
| ลูกจ้างผู้พิการที่ไม่ใช่พนักงานรวม (คน) | 0 | 0 | 0 |
| การส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ | มี | มี | มี |
ค่าตอบแทนพนักงาน
บริษัทให้ความสำคัญกับค่าตอบแทนพนักงานว่าต้องเป็นอัตราที่เหมาะสมกับความรู้และความสามารถของพนักงาน และ
สภาพเศรษฐกิจ สอดคล้องกับอัตราผลตอบแทนในตลาด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและจูงใจให้พนักงานทำงานกับบริษัทในระยะยาว และสำหรับพนักงานฝ่ายผลิตบริษัทมีระบบการให้ผลตอบแทนพนักงานทั้งตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดและบวกส่วนเพิ่มตามจำนวนชิ้นงานที่พนักงานทำได้มากกว่าอัตราขั้นต่ำที่บริษัทกำหนด นอกจากนี้บริษัทยังมีการทบทวนอัตราการจ่ายค่าตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ พร้อมกับจ่ายโบนัสตามผลประกอบการของบริษัทในแต่ละปี
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2566 | 2567 | 2568 | |
| ค่าตอบแทนพนักงานรวม (บาท) | 355,387,231.00 | 411,259,698.00 | 359,676,611.00 |
| ค่าตอบแทนพนักงานชาย (บาท) | 269,630,896.00 | 314,465,550.00 | 262,828,247.00 |
| ค่าตอบแทนพนักงานหญิง (บาท) | 85,756,335.00 | 96,794,148.00 | 96,848,364.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน โดยกำหนดเป็นแผนพัฒนาและแผนฝึกอบรมประจำปี และให้การ
สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและการสัมมนา ทั้งภายในองค์กร และสถาบันภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านต่างๆ ตามความเหมาะสม เพื่อส่งเสริมให้พนักงานได้รับการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และพัฒนาสมรรถนะที่จำเป็นตามกลุ่มวิชาชีพ พร้อมผลักดันให้พนักงานเติบโตและก้าวหน้าไปพร้อมกับบริษัท สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป
ในปี 2568 บริษัทจัดหลักสูตรอบรมพนักงานเพื่อเพิ่มทักษะและศักยภาพในการทำงานให้แก่พนักงานจำนวนรวมกว่า 102
หลักสูตร โดยมีชั่วโมงการเรียนรู้พัฒนาผ่านการอบรม เฉลี่ยประมาณ 19.65 ชั่วโมงต่อคนต่อปี และมีค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมทั้งหมด 3.07 ล้านบาท
| 2566 | 2567 | 2568 | |
| จำนวนชั่วโมงอบรมเฉลี่ยของพนักงาน (ชั่วโมง/คน/ปี) | 13.14 | 16.21 | 19.65 |
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน (บาท) | 1,827,167.00 | 3,642,474.00 | 3,070,317.00 |
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
บริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) ตั้งแต่ วันที่ 14
พฤศจิกายน 2531 ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากแผนกต่างๆภายในบริษัท ทั้งผู้แทนนายจ้าง และ ผู้แทนลูกจ้าง และตัวแทนจากบริษัทผู้รับเหมาซึ่งทำหน้าที่สังเกตการณ์ โดยดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี โดยในปัจจุบัน มีกรรมการความปลอดภัย ทั้งหมด 13 ท่าน และมีการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัยร่วมกันเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งคณะกรรมการมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
- จัดทำนโยบายด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการเสนอต่อนายจ้าง โดยนโยบายและเป้าหมายของปี 2568 ยังคงนโยบายและเป้าหมายต่อเนื่องจากปีที่ผ่าน ๆ มา คือ การลดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานให้เป็นศูนย์
- จัดทำแนวทางการป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุ การประสบอันตราย การเจ็บป่วยหรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้างหรือความไม่ปลอดภัยในการทำงานเสนอต่อนายจ้าง
- รายงานและเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางปรับปรุงแก้ไขสภาพการทำงานและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้เป็นไปตามกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานต่อนายจ้างเพื่อความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ผู้รับเหมาและบุคคลภายนอกที่เข้ามาปฏิบัติงานหรือเข้ามาใช้บริการในสถานประกอบกิจการ
- ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมด้านความปลอดภัยในการทำงานของสถานประกอบกิจการ
- พิจารณาคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการเพื่อเสนอความเห็นต่อนายจ้าง
- สำรวจการปฏิบัติการด้านความปลอดภัยในการทำงานและรายงานผลการสำรวจดังกล่าว รวมทั้งสถิติการประสบอันตรายที่เกิดขึ้นในสถานประกอบกิจการนั้น ในการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัยทุกครั้ง พร้อมทั้งรายงานให้นายจ้างทราบทุกไตรมาส
- พิจารณาโครงการหรือแผนการฝึกอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงโครงการหรือแผนการอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบในด้านความปลอดภัยของลูกจ้าง หัวหน้างาน ผู้บริหาร นายจ้างและบุคลากรทุกระดับเพื่อเสนอความเห็นต่อนายจ้าง
- จัดวางระบบให้ลูกจ้างทุกคนทุกระดับมีหน้าที่ต้องรายงานสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัยต่อนายจ้าง
- ติดตามผลความคืบหน้าเรื่องที่เสนอต่อนายจ้าง
- รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี รวมทั้งระบุปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการความปลอดภัยเมื่อปฏิบัติหน้าที่ครบหนึ่งปีเสนอต่อนายจ้าง
- ประเมินผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการทำงานของสถานประกอบกิจการ
- ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานอื่นตามที่นายจ้างมอบหมาย
ในปี 2568 ไม่มีอุบัติเหตุรุนแรงถึงขั้นทุพพลภาพหรือเสียชีวิตของพนักงานและผู้รับเหมาที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ของบริษัท ฯ
แต่ยังคงมีการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานของพนักงานและผู้รับเหมาที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตามการเกิดอุบัติเหตุของปี 2568 เมื่อเทียบกับปี 2567 มีจำนวนการเกิดอุบัติเพิ่มขึ้น 32% บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรการป้องกันเชิงรุกมากขึ้น โดยกำหนดให้คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมกันสอบสวนและวิเคราะห์หาสาเหตุเชิงลึกของอุบัติเหตุแต่ละกรณี เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการอบรมเฉพาะพื้นที่และกิจกรรมที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด 3 ลำดับแรก โดยจัดอบรมเพิ่มเติมทุก 3 เดือน เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ ลดพฤติกรรมเสี่ยง และมุ่งสู่เป้าหมายการลดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานให้เป็นศูนย์ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการดังกล่าวสามารถลดการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้มีแผนงานและการดำเนินงาน ดังนี้
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
เป้าหมายจำนวนเหตุการณ์บาดเจ็บจากการทำงานของพนักงานจนถึงขั้นหยุดงาน เป็น 0
เป้าหมายจำนวนเหตุการณ์บาดเจ็บจากการทำงานของพนักงานจนถึงขั้นเสียชีวิต เป็น 0
| 2566 | 2567 | 2568 | |
| จำนวนเหตุการณ์บาดเจ็บจากการทำงานของพนักงานจนถึงขั้นหยุดงาน (ครั้ง) | 47 | 50 | 66 |
| จำนวนเหตุการณ์บาดเจ็บจากการทำงานของพนักงานจนถึงขั้นเสียชีวิต (ครั้ง) | 0 | 0 | 0 |
บริษัทฯ ควบคุมดูแลและปรับปรุงให้ทุกพื้นที่ปฏิบัติงานมีความปลอดภัย และมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีถูกหลัก
อาชีวอนามัยมาอย่างต่อเนื่อง บริษัทเชื่อมั่นว่าความปลอดภัยในการปฏิบัติงานจะเกิดขึ้นได้ เมื่อพนักงาน และผู้ปฏิบัติงานมีความตระหนักรู้ในอันตรายและความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ตลอดจนเข้าใจในมาตรการความปลอดภัยอย่างแท้จริงโดยบริษัทมีการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่
การดำเนินกิจกรรมลดอุบัติเหตุจากการทำงาน
- การอบรมให้ความรู้ด้านความปลอดภัย โดยบริษัทฯ ได้อบรมด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงานให้กับพนักงานทุกระดับทั้งพนักงานที่เข้าใหม่และพนักงานที่บรรจุแล้ว รวมถึงผู้รับเหมาที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ของบริษัทฯ ตามความจำเป็นของแต่ละลักษณะงานและพื้นที่การทำงาน
- มีการจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลให้แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสมกับลักษณะพื้นที่การทำงาน และให้พนักงานตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการใส่อุปกรณ์ป้องกันนิรภัย รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างาน และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพ ตรวจตราอย่างเข้มงวดเพื่อให้มั่นใจได้ว่าพนักงานและผู้รับเหมาได้มีการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลอย่างถูกต้องและเหมาะสม
- ตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยมีการตรวจวัดตามที่กฎหมายกำหนดปีละ 1 ครั้ง ได้แก่ การตรวจวัดความเข้มข้นของสารเคมี การตรวจคุณภาพอากาศ การตรวจวัดเสียง การตรวจวัดแสงสว่าง และการตรวจวัดความร้อนในพื้นที่การทำงาน ซึ่งผลการตรวจวัดในปี 2568พบว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด
- วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงในด้านความปลอดภัย รวมถึงทำการวิเคราะห์งานด้านความปลอดภัยเพื่อหาแนวโน้มของอันตรายที่จะเกิดขึ้น จุดเสี่ยงที่อาจเกิดอันตรายจากการปฏิบัติงานพร้อมทั้งหาทางแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย โดยจัดให้มีการวิเคราะห์เพื่อชี้บ่งอันตราย (JSA) กำหนดมาตรการป้องกันทุกกิจกรรม
- มีการซ้อมแผนฉุกเฉินประจำปีทั้งหมด 7 แผน ได้แก่ การป้องกันและระงับเหตุอัคคีภัย การป้องกันและระงับเหตุสารเคมีอันตรายรั่วไหล การป้องกันและระงับเหตุอุทกภัย การป้องกันและระงับเหตุน้ำเสียไหลล้น การป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉินจากรังสี การป้องกันและระงับเหตุแก๊สรั่วไหล และการป้องกันอุบัติภัยเพื่อตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน ในกรณีเกิดเหตุรั่วไหล อัคคีภัย และการระเบิดของกากอุตสาหกรรม
- ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ดังนี้
- ตรวจสอบสภาพความไม่ปลอดภัยของเครื่องจักรและอุปกรณ์
- ตรวจการสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลขณะปฏิบัติงาน
- ตรวจเช็กอุปกรณ์ดับเพลิง
- ตรวจเช็กอุปกรณ์เตือนภัย / สัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉิน
- ตรวจเช็กรถพยาบาล / อุปกรณ์ปฐมพยาบาล / ห้องปฐมพยาบาล
จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
การสร้างความพึงพอใจให้กับพนักงาน
บริษัทมีการสำรวจความพึงพอใจของพนักงานเป็นประจำทุกปี โดยหัวข้อที่ทำการสำรวจ เกี่ยวกับเรื่องเป้าหมายของ
องค์กร ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรและโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ผลตอบแทนพนักงาน สวัสดิการพนักงาน รวมถึงสภาพแวดล้อมความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อที่บริษัทจะได้นำผลการประเมินมาวิเคราะห์เพื่อการแก้ไขปรับปรุงและพัฒนาการดูแลพนักงานให้ดียิ่งขึ้นและทันเวลา เพื่อที่พนักงานจะได้ทำงานได้อย่างมีความสุข เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และลดอัตราการลาออกหรือการย้ายงานขององค์กร ซึ่งบริษัทกำหนดให้สำรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งในช่วงปลายปีของทุกปี
โดยผลการประเมินความพึงพอใจย้อนหลัง 3 ปี เป็นดังนี้
คะแนนการประเมินความพึงพอใจแบ่งออกเป็น 1 ถึง 5 คือ
(1) ไม่พึงพอใจ (2) พึงพอใจน้อย (3) พึงพอใจปานกลาง (4) พึงพอใจมาก และ (5) พึงพอใจมากที่สุด
ปี 2568 เท่ากับ 78% อยู่ในระดับ 4 (มีพนักงานตอบแบบสอบ คิดเป็น 86%)
ปี 2567 เท่ากับ 73% อยู่ในระดับ 4 (มีพนักงานตอบแบบสอบ คิดเป็น 73%)
ปี 2566 เท่ากับ 70% อยู่ในระดับ 4 (มีพนักงานตอบแบบสอบ คิดเป็น 71%)
สำหรับปี 2568 มีจำนวนผู้ที่ร่วมตอบแบบสอบถามโดยสมัครใจและไม่ระบุตัวตนทั้งหมด 438 คน จากพนักงานทั้งหมด 510
คน หรือคิดเป็น 86% ของพนักงานทั้งหมด ผลสำรวจความพึงพอใจของพนักงานประจำปี 2568 พบว่าคะแนนเฉลี่ยโดยรวมอยู่ที่ 78% เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่คะแนนเฉลี่ยโดยรวม 73% จากข้อมูลแบบสอบถามพบว่าพนักงานมีความพึงพอใจอยู่ในระดับ 4 พึงพอใจมาก(จากทั้งหมด 5 ระดับ) ในทุกหัวข้อโดยเฉพาะในด้านความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและเติบโตไปพร้อมกับบริษัทที่มีคะแนนเฉลี่ยโดยรวมสูงที่สุด เพิ่มโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ และการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างพนักงานกับผู้บริหารโดยตรงเพิ่มขึ้น ผลการประเมินดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าพนักงานส่วนใหญ่เข้าใจในวิสัยทัศน์และมุมมองเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับองค์กร ตลอดจนรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนองค์กร พร้อมที่จะเติบโตไปกับองค์กร และพนักงานส่วนใหญ่ยังรู้สึกพอใจในการดูแลพนักงานของบริษัท รวมทั้งบริษัทยังคงนำความคิดเห็นของพนักงานมาปรับปรุงการบริหารงานบุคคลอย่างต่อเนื่อง
อัตราการลาออก
ในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีอัตราการลาออกของพนักงานเฉลี่ยอยู่ที่ 12% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด และเป็นการ
ลาออกโดยสมัครใจทั้งสิ้น จากการเปรียบเทียบกับข้อมูลอัตราการลาออกในอุตสาหกรรมเดียวกันกับบริษัท พบว่าอัตราการลาออกของบริษัทน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม1 นอกจากนี้พนักงานที่สมัครใจลาออกทุกคนจะได้รับการสัมภาษณ์ถึงสาเหตุการลาออก เพื่อที่บริษัทจะเก็บรวบรวมไว้เป็นข้อมูลสำหรับนำไปวิเคราะห์ พัฒนาและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของพนักงานต่อไป
หมายเหตุ1 : ข้อมูลจากแบบสำรวจข้อมูล Salary Increase & Bonus Survey 2024-2025 ของ HR Center
| 2566 | 2567 | 2568 | |
| พนักงานที่ลาออกโดยความสมัครใจรวม (คน) | 54 | 62 | 63 |
| พนักงานขายที่ลาออกโดยสมัครใจ (คน) | 46 | 52 | 51 |
| พนักงานหญิงที่ลาออกโดยสมัครใจ (คน) | 8 | 10 | 12 |
| สัดส่วนพนักงานที่ลาออกโดยสมัครใจ (%) | 11.23 | 12.09 | 12.26 |
| ผลประเมินความผูกพันของพนักงานขององค์กร | มี | มี | มี |
| 2566 | 2567 | 2568 | |
| ผลประเมินความผูกพันของพนักงานขององค์กร | มี | มี | มี |
การรวมกลุ่มของพนักงานในองค์กร
การรวมกลุ่มของพนักงานภายในองค์กร : มี
รูปแบบการรวมกลุ่มของพนักงานภายในองค์กร : คณะกรรมการสวัสดิการ